Profil von redmousez~Red~Red~Red~Red~Red~ReD...FotosBlogListenMehr ![]() | Hilfe |
~Red~Red~Red~Red~Red~ReDmOuSeZ~****************ReD iS aLl ArOuNd**************** |
|||||
18 September ผมขอจ้างคุณ
Created by ReDmOuSeZ
เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง เป็นเรื่องของผู้ชายสองคน ชายวัยกลางคนเดินข้ามสะพานลอยที่ชายขอทานนั่งอยู่ประจำทุกวัน สองชั่วโมงผ่านไป หลังจากทำธุระเสร็จ ชายวัยกลางคนเดินข้ามสะพานลอยกลับมา วันต่อมา ชายวัยกลางคนได้พบกับขอทานที่สะพานลอยอีก หลังจากชายวัยกลางคนทำธุระเสร็จ เขาเดินข้ามสะพานลอยพร้อมคำถามใหม่สำหรับขอทาน เนื่องจากในแต่ละวัน ชายขอทานไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากนัก ขากลับ ชายวัยกลางคนเดินข้ามสะพานลอยมาที่ขอทาน การนั่งคิดหาคำตอบนั้นไม่ได้ทำให้รายได้ของขอทานลดลงแต่อย่างใด ในวันเดียวกันนั้น ชายวัยกลางคนเดินกลับมาที่สะพานลอยหลังเสร็จธุระเหมือนทุกวัน หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ชายวัยกลางคนไม่ได้พบกับชายขอทานอีกเลย สิบปีต่อมา
เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง จึงหวังว่าคุณคงไม่ต้องให้ใครมาว่าจ้างให้คุณเปลี่ยนอนาคตตัวเองได้หรอกนะ
03 Januar W-O-R-K-+-S-U-C-K-Sบางครั้งฉันก็สงสัยว่าทำไมบางคนถึงให้ความสำคัญกับงานมาก ถึงขนาดมาทำงานในวันหยุด ซึ่งคนส่วนใหญ่มองว่าเป็นเวลาของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้น บางคนที่ว่านั้นก็ดันเป็นคนจำนวนน้อยที่สั่งให้คนอื่นๆ (จำนวนมากกว่า) ทำงานในวันหยุดได้ด้วย และแย่ที่สุดก็คือ คนเหล่านี้มักเข้าใจว่าความทุ่มเทให้งานโดยไม่คิดถึงเรื่องส่วนตัวนั้นเป็นสิ่งที่ประเสริฐเหลือเกิน ฉันคิดว่า
ทุกๆ บทบาทและหน้าที่ในชีวิตสำคัญทั้งนั้น ถ้าฉันละทิ้งงาน ฉันจะกลายเป็นคนไม่รับผิดชอบ ถ้าฉันละทิ้งครอบครัว ฉันจะเห็นแก่ตัว แล้วอะไรคือความพอดีล่ะ ถ้าลองคิดจากเวลาที่ให้ไปกับการทำงาน
วันหนึ่งฉันทำงาน 8 ชั่วโมง พักเที่ยง 1 ชั่วโมง เดินทางไป-กลับที่ทำงาน 1.5+1.5 = 3 ชั่วโมง เตรียมตัวก่อนไปทำงาน 1 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 13 ชั่วโมง นี่คือเวลาที่เสียไปเพราะงาน ที่เหลืออีก 11ชั่วโมง
เป็นเวลานอนไปซัก 7 ชั่วโมง เหลือ 4 ชั่วโมง นี่คือเวลาที่เหลือสำหรับสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ควรทำ และอยากทำนอกเหนือจากการทำงาน อาจจะเป็นเวลาสำหรับครอบครัว คนรัก เพื่อน สัตว์เลี้ยง งานอดิเรก งานบ้าน ฯลฯ เวลา 4 ชั่วโมงสำหรับสิ่งเหล่านี้พอไหม อาจจะพอ ถ้าคนบางคนไม่ทำให้เวลาทำงานของคนอีกหลายๆ คน รุกล้ำเข้ามาในเขตเวลาส่วนตัวของพวกเขา นี่สำหรับวันธรรมดา และสำหรับวันหยุดซึ่งมีแค่ 2 ใน 7 วัน ถ้าโดนงานเบียดเข้ามาอีกวันละ 13 ชั่วโมง ชีวิตนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรอีกแล้วนอกจากงาน ฉันมีเวลาแค่วันละ 4 ชั่วโมงกับวันหยุดอีก 2 วันเท่านั้น
ถ้าจะให้ฉันเอาเวลาส่วนนี้ไปใช้กับงาน จะต้องมีค่าตอบแทนที่คุ้มกับเวลาที่แสนมีค่านั้น ดังนั้น ฉันจะไม่ทำงานที่ไม่ได้เงิน งานที่ทำแล้วไม่มีความสุข งานที่เบียดบังเวลา 4 ชั่วโมงของฉัน โดยที่ไม่เกิดประโยชน์กับฉันอะไรเลย ฉันมีเวลาที่ทำงานจริงๆ 8 ชั่วโมง ฉันจะใช้เวลานี้ไปสำหรับงานจริงๆ นี่คือความรับผิดชอบของฉัน ขอได้โปรดอย่าเรียกร้องความรับผิดชอบต่องาน ในเวลานอกเหนือจากนี้เลย เพราะเวลาที่เหลืออยู่นั้น ฉันก็มีหน้าที่ มีบทบาทอื่นให้รับผิดชอบเช่นกัน หากฉันไม่รับทำงานนอกเวลา แล้วจะทำให้ฉันกลายเป็นคนไร้ความรับผิดชอบต่องาน แล้วบทบาทหน้าที่อื่นๆ ของฉันล่ะ คุณจะรับผิดชอบให้หรือไงวะ... บ่นไปก็เท่านั้นแหละ
พอเอาเข้าจริงๆ ก็เลี่ยงไอ้งานไม่มีค่าตอบแทน งานเกินเวลา งานที่ทำแล้วขัดแย้งกับความรู้สึกไม่ได้ซักที เบื่อโว้ย!
Quote for today
**ฉันจะไม่เอางานกลับมาทำที่บ้าน เพราะฉันไม่สามารถเอางานบ้านไปทำที่ทำงานได้** 18 November Love at First SightLove at First Sight
by Wislawa Szymborska
They're both convinced that a sudden passion joined them. Such certainty is beautiful, but uncertainty is more beautiful still. เพียงแรกพบ
พวกเขาตระหนักดีว่า ห้วงของอารมณ์ได้เชื่อมพวกเขาเข้าด้วยกัน ความแน่นอนนั้นสวยงาม แต่ในความไม่แน่นอนกลับงดงามยิ่งกว่า Since they'd never met before, they're sure that there'd been nothing between them. But what's the word from the streets, staircases, hallways -- perhaps they've passed each other a million times? พวกเขาไม่เคยพบเจอกันมาก่อน
จึงแน่ใจว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างกัน แล้วถ้อยคำบนท้องถนน ขั้นบันได ห้องโถงทางเดินนั้นล่ะ พวกเขาอาจจะเคยพบเจอกันมาแล้วกว่าล้านครั้งก็เป็นได้ I want to ask them
if they don't remember -- a moment face to face in some revolving door? perhaps a "sorry" muttered in a crowd? a curt "wrong number" caught in the receiver? but I know the answer. No, they don't remember They'd be amazed to hear that Chance has been toying with them now for years. ฉันสงสัยเหลือเกินว่า
พวกเขาจดจำกันไม่ได้เลยหรือ ช่วงวินาทีที่ผ่านหน้ากันในประตูหมุน หรือคำกล่าวขอโทษท่ามกลางฝูงชน หรือสายที่ต่อผิดเข้ามา ฉันรู้ว่าคำตอบคือ ไม่เลย พวกเขาจำกันไม่ได้ พวกเขาจะแปลกใจขนาดไหน หากได้รู้ว่า "ชะตา" ได้เล่นสนุกกับพวกเขามาเนิ่นนานแล้ว Not quite ready yet to become their Destiny, it pushed them close, drove them apart, it barred their path, stifling a laugh, and then leaped aside. ยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นพรหมลิขิต
มันทำให้พวกเขาเข้าใกล้กัน, แล้วแยกออกจากกัน เข้าขวางทาง หยุดยั้งเสียงหัวเราะ แล้วหลบหายไป There were signs and signals, even if they couldn't read them yet. Perhaps three years ago or just last Tuesday a certain leaf fluttered from one shoulder to another? Something was dropped and then picked up. Who knows, maybe the ball that vanished into childhood's thicket? มีสัญญาณ และ สัญลักษณ์หลายต่อหลายครั้ง หากแต่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจสารเหล่านั้นได้ อาจจะเป็น เมื่อ 3 ปีก่อน หรือเมื่ออังคารที่ผ่านมา ใบไม้ใบนั้นที่ปลิวร่อน จากไหล่ของเขา ไปสู่บ่าของเธอ สิ่งของที่ร่วงหล่น แล้วถูกเก็บขึ้น ใครจะรู้... อาจจะเป็นลูกบอลที่หายไปในพุ่มไม้เมื่อวัยเด็ก There were doorknobs and doorbells
where one touch had covered another beforehand. Suitcases checked and standing side by side. One night, perhaps, the same dream, grown hazy by morning. มีลูกบิด และกริ่งประตูมากมาย
ที่เขาจับต้องก่อนหน้าเธอสัมผัส กระเป๋าเดินทางถูกตรวจและจัดวางเคียงคู่กันในห้องสัมภาระ บางทีพวกเขาฝันเรื่องเดียวกันในค่ำคืน ที่เลือนลางในยามรุ่ง Every beginning is only a sequel, after all, and the book of events is always open halfway through. ในทุกๆ บทนำ ย่อมต้องมีบทตาม และในบทละครแห่งชะตานี้ ได้เปิดขึ้นและหยุดกลางคันตลอดมา จาก View with a Grain of Sand แปลเป็นภาษาอังกฤษโดย Stanislaw Baranczak and Clare Cavanagh ReDmOuSeZ แปลจากอังกฤษเป็นไทย 15 Juli อย่าทำให้โลกของฉันเสียสมดุลย์ได้ไหมปัจจุบันนี้โลกของฉันโคจรรอบตัวเอง
มันโคจรรอบตัวเองมานานแล้ว กลุ่มดาวที่โคจรรอบๆ โลกของฉันคือทุกคนที่ฉันรู้จัก ดาวแต่ละดวงจะมีมวลไม่เท่ากัน ส่งผลให้แรงดึงดูดมีความแตกต่างกันไปด้วย บางดวงอาจอยู่ใกล้บ้าง ไกลบ้าง สำหรับฉันแล้ว ทั้งหมดนี้คือความสมดุลย์ ทุกๆ วงโคจรของดวงดาวไม่เคยมาชนกันจนต้องพังพินาศเลย โลกของฉันก็มีความสุขดีอยู่แล้ว จนกระทั่งวันหนึ่งฉันเริ่มกลัว
กลัวว่าจะมีดาวดวงใหม่เข้ามาในวงโคจรของฉัน กลัวว่าดาวดวงนั้นจะมีแรงดึงดูดมากกว่าดาวดวงอื่นๆ กลัวว่าดาวดวงนั้นอาจทำให้วงโคจรที่สมดุลย์อยู่แล้วเปลี่ยนไป กลัวว่าดาวดวงนั้นจะดึงดูดโลกของฉันออกไปจากดาวดวงอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ กลัวว่าดาวดวงนั้นจะส่งผลให้ดาวดวงอื่นๆ พุ่งเข้าชนกัน กลัวว่าดาวดวงนั้นจะทำให้ห้วงอวกาศของฉันพัง ดาวดวงไหนก็ตามที่กำลังเข้ามาในวงโคจรของฉัน ฉันไม่ว่าอะไรหรอก แต่ขอร้องอย่างเดียว อย่าทำให้โลกของฉันเสียสมดุลย์ได้ไหม 17 Juni เข้าไปเล่นกันหน่อยเพื่อนๆที่รักทุกคนจ๋าาา
เข้าไปตอบคำถามหนุกๆเกี่ยวกับเราหน่อยนะ
อยากให้เล่นอ่ะ
คะแนนมากน้อยไม่เป็นไรนะ ไม่ว่ากัน
แล้วถ้าใครตั้งคำถามของตัวเองก็เอามาให้เล่นด้วยเด้อ
หนุกๆ
ชาล
10 Juni My life at level 5ตอนเด็กๆ เราชอบเล่นวีดีโอเกมนะ
พวกเกมมาริโอ้ หรืออะไรเทือกนั้น
ในแต่ละเกมจะมีด่านให้ผ่านไป
แต่ละด่านก็จะมีสัตว์ประหลาด หรือหัวหน้าของตัวร้ายที่เราต้องสู้กับมัน
ถ้าชนะก็ผ่านด่านต่อไปไปได้
ถ้าแพ้ก็ต้องอยู่ที่เดิม ไม่ก็ต้องกลับไปเริ่มใหม่
กับชีวิตเราตอนนี้ เราคงติดอยู่ในซัก level
ต้องสู้กับสัตว์ประหลาดให้ชนะถึงจะผ่านไปได้
เราติดอยู่ที่ด่านนี้มาเป็นเดือนๆ แล้ว
และทุกครั้งที่เราพลาด มันก็จะตัวใหญ่ขึ้นทุกที
เรารู้ว่าถ้าเราผ่านด่านนี้ไปได้ เราจะแข็งแกร่งขึ้น
เราจะต้องพยายามต่อไป อดทนต่อไป ไม่ว่ายังไงก็ตาม
เราไม่สามารถจบเกม หรือเริ่มต้นใหม่
ในชีวิตจริง เราเลือกแบบนั้นไม่ได้
ตอนนี้เราคงจะยังไม่เก่งพอที่จะผ่านอุปสรรค ณ ขณะนี้ไปได้ล่ะมั๊ง
รู้แค่ว่าเราจะเป็นลูกให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราต้องเข้มแข็งเข้าไว้
แล้วคอยดูเหอะ เราจะผ่านเรื่องพวกนี้ไปให้ได้
05 Mai ชีวิตของเราช่วงนี้ Part IIทำงานหนุกๆ
ตอนนี้ทำงานแล้วนะ เป็นฝ่ายฝึกอบรมอยู่ที่บริษัทไอซีซี บริษัทในเครือสหพัฒน์ งานมันส์มากๆ ทำมาได้ประมาณ 2 อาทิตย์แล้ว รู้จักเพื่อนร่วมงานชื่อโบที่น่ารักเหมือนเจนนี่ บรรยากาศการทำงานก็สนุกดี ต้องไปต่างจังหวัดบ่อยด้วย แล้วเราก็ได้ตำแหน่งเลขาฯ ของแผนกมาซะงั้น (แต่ก็ชอบนะ) โดยรวมแล้วรู้สึกชอบงานนี้จัง หม่าม้าหาหมอ แม่เราจะยิงเลเซอร์ครั้งสุดท้ายวันจันทร์หน้าแล้ว หวังว่าจะท้ายสุดๆจริงๆนะ ล่าสุดหมอบอกว่าประสาทตาติดได้ดีมาก รักษาแล้วจะมองเห็นได้เหมือนเดิมเกือบ 100%เลย
ไม่รู้แฮะ ความรู้สึกเรามันบอกว่าอย่าเชื่อหมอมาก เพราะหมอเคยบอกว่าผ่าตัดเสร็จแล้วมายิงเลเซอร์ครั้งเดียวแล้วก็หาย นี่ไปยิงเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ไม่รวม 1 ครั้งที่ไปแล้วเสียเวลาฟรี เพราะเครื่องยิงเลเซอร์ไม่อยู่ แล้วไปแต่ละครั้งหมอก็จะบอกว่ายิ่งใช้เวลานานยิ่งดี ก็เอาเหอะ รักษาให้หายก็พอใจแล้ว พี่สาวสุดที่รัก พี่อิ๋งไปใช้ทุนที่สระบุรีแล้ว ช่วง 3 เดือนแรกจะอยู่มวกเหล็กก่อน หลังจากนั้นจะอยู่ที่โรงพยาบาลจังหวัด ดีชะมัดเลย เพราะอยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯด้วย กลับบ้านง่ายหน่อย แล้วก็ได้อยู่แผนกศัลยกรรม พอใช้ทุนจบจะได้เรียนต่อเฉพาะทางในด้านนี้ง่ายขึ้น
เท่มากๆ เลยพี่สาวเรา แพ้ปลาเค็ม ไปดูงานที่ชลบุรีเมื่อศุกร์ที่แล้ว ซื้อปลาเค็มกลับมาบ้าน เอามาทอดกิน วันต่อมาปากก็เริ่มบวมและเป็นแผลอยู่ข้างใน จะกินอะไรก็เจ็บอ่ะ กินน้ำยังแสบๆเลย แสบกว่าโดนสัปปะรดกัดอีกง่ะ เป็นมา 2 วันถึงได้ไปหาหมอ ได้ยาแก้อักเสบมากินซะเลย พ่อเราที่กินด้วยกันก็ท้องเสียไป 1 วันด้วย ปกติเราไม่เคยกินอะไรแล้วแพ้นะ (นอกจากครั้งหนึ่งเคยแพ้ตำปูปลาร้านิดหน่อย) เซ็งจริงๆ ไม่นึกว่าปลาเค็มจะชนะเราได้ CSI ไขคดีปริศนา เมื่อเดือนก่อนก็เช่ามาดูมันทั้งวัน พอทำงานแล้วก็กลับมาแย่งโทรทัศน์กับพ่อช่วงกลางคืน ต่างกันที่พี่อิ๋งไม่ได้ดูด้วยกันแล้วง่ะ เหงานิดหน่อยแฮะ เพราะมีบางฉากที่ถ้าได้ดูด้วยกันจะมันส์มาก เพราะจะได้นั่งกรี๊ดตัวละครด้วยกัน เสียดายๆ แมวลิควิดอินซัมเมอร์ ตอนนี้อากาศร้อน แมวลิควิดสุดที่รักก็กินน้อยลง ปกติมันกินปลาทูทั้งตัว ที่กินปลาทูเข่งนี่อย่าดูถูกกันนะจ๊ะ แมวเราไฮโซนะเว่ย อาหารแมวแบบเม็ดและกระป๋องมันไม่สนใจ เพราะไม่สดใหม่ มันต้องกินปลาทูเข่งเป็นตัวๆ ถ้าเอามาคลุกกะข้าวก็ไม่ยอมกิน เออ ก็นั่นแหละ ตอนนี้มันกินน้อยลงเพราะอากาศร้อน ให้ไปมื้อละตัวก็จะเหลือแต่หัวปลา ปกติให้วันละ 2 ตัว เช้า-เย็น แม่เราเลยจัดการแบ่งให้กินมื้อละครึ่งตัว ทีนี้ตอนเย็นซึ่งเป็นส่วนหัวอย่างเดียว สุดที่รักฉันก็เมินซะอีก งึ่มๆๆ ก็เลยต้องให้วันละ 2 ตัวตามปกติ แต่มีหัวปลาเหลือให้ดูต่างหน้าซะ ท่อนขาพิฆาต
เนื่องจากเพิ่งเริ่มทำงาน เสื้อผ้าที่จะใส่ไปทำงานก็ไม่ค่อยจะมี ก็ค่อยๆหาซื้อเพิ่มไปเรื่อยๆ แล้วงานก็เป็นงานที่ไม่ได้นั่งโต๊ะตลอดเวลา ต้องเดินไปเดินมาบ้าง บางวันก็ออกนอกสถานที่ อยากหากางเกงใส่ทำงาน ไปเดินหาที่ประตูน้ำแพลททินั่มกับโบ ลองใส่แล้วปรากฏว่าแต่ละตัวมันจะติดตรงต้นขาง่ะ ใส่เบอร์ L เอวหลวม แต่คับแถวต้นขา ก็ไม่เป็นไร ทรงมันไม่ดีล่ะมั๊ง วันต่อมาไปเดินหน้ารามกับผึ้ง ลองวัดขาตัวเองเทียบกับขากางเกง ง่าาา ขากางเกงหรือขาฉันที่ไม่ปกติกันแน่ฟะ ปลงแล้วล่ะ ใส่กระโปรงทำงานก็ได้(โว้ย) บ่นปิดท้าย
โคตรร้อนเลยโว้ย!!!
บ่นแค่นี้แหละ ใครๆก็ร้อน
|
|
||||
|
|